Category: หนี้

เมื่อมีหนี้สิ่งที่เราควรทำเป็นที่สุด คืออะไร?

เมื่อมีหนี้สิ่งแรกที่เราควรทำเป็นที่สุด นั่นก็คือ การสำรวจส่วนที่เป็นหนี้สินของตนเอง สำรวจว่าตนเองนั้นมีหนี้สินเป็นแบบใดซึ่งแน่นอนว่าในสัญญาหนี้แต่ละฉบับที่เกิดขึ้นย่อมต้องมีการระบุถึงข้อตกลงต่าง ๆ ที่เป็นการตกลงร่วมกันไว้เสมอ หากเกิดกรณีที่มีการผิดนัดการชำระเงินอะไรบ้างที่เป็นการผิดนัด เราควรตรวจสอบพวกยอดเงินคงเหลืออยู่เสมอ หมั่นตรวจสอบดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น ตรวจสอบค่าธรรมเนียม ตรวจสอบเงินต้นที่จะทำการจ่ายคืน หมั่นพิจารณาดูว่าดอกเบี้ยนั้นมีการคิดเพิ่มเติมหรือมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างไรบ้าง พยายามพิจารณาให้ทุกรายละเอียดเก็บทุกเม็ดเพราะเรื่องของหนี้นั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นการช่วยในการบริหารจัดการหนี้ให้เป็นไปอย่างเหมาะสมและดียิ่งขึ้น (ถ้าทำได้เราก็จะเริ่มพบแสงสว่างในการปลดหนี้ให้หมดได้) จากนั้นสิ่งที่สองที่เราควรพิจารณา คือ เมื่อเราทำการตรวจสอบหนี้สินที่ตนเองมีเรียบร้อยแล้วต่อไปเราก็ควรที่จะทำการรู้จักวางแผน รู้จักที่จะกำหนดเป้าหมายเพื่อการชำระหนี้ในแต่ละประเภท กำหนดให้ชัดเจนไปเลยว่าหนี้สินทั้งหมดนั้นแต่ละประเภทจำเป็นต้องใช้ระยะเวลายาวนานเพียงใด อย่าเอาแต่ผัดวันประกันพรุ่ง อย่ามัวแต่พูดว่าเดี๋ยวก่อนๆ ค่อยเคลียร์ก็ได้แบบนี้ไม่ดีแน่และที่สำคัญควรพิจารณาหนี้ส่วนที่เป็นหนี้แบบมีดอกเบี้ยแพงหรือเป็นดอกเบี้ยประเภทที่ลอยตัวเป็นอันดับต้นๆ ควรรีบปิดหนี้ก้อนนี้ให้หมดไวที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะหนี้ที่มีดอกเบี้ยแพงหรือดอกเบี้ยลอยตัวค่อนข้างเป็นสิ่งอันตรายต่อการเงินของคุณเป็นอย่างยิ่ง

การปลดหนี้ทำได้ไม่ยาก ขอเพียงเริ่มจากตัวเรา…

หลายคนน่าจะกำลังเจอกับสภาวะแบบนี้อยู่ใช่หรือไม่? สภาวะที่เป็นหนี้สินมากมาย ไม่มีเงินเก็บสักบาท ไม่มีเงินพอต่อการใช้ในชีวิตประจำวัน เมื่อถึงเวลาต้องจ่ายเงินให้กับเจ้าหนี้เงินในกระเป๋าสตางค์ก็แทบจะหมดเกลี้ยง วันนี้เราอยากจะบอกว่าอันดับแรกสิ่งที่คนเป็นหนี้ต้องเรียนรู้ที่จะทำ คือ ต้องรู้จักที่จะตั้งสติให้ได้เสียก่อนและต้องรู้จักที่จะตั้งใจอย่างแท้จริงเพื่อการหลุดพ้นจากสภาพแบบนี้ เนื่องจาก การที่เราจะปลดหนี้ให้ได้นั้นค่อนข้างต้องใช้ความพยายามมากพอสมควร เมื่อใดที่เรามีหนี้สินท่วมหัว เราคงต้องพยายามทำใจยอมรับความจริงให้ได้ พยายามที่จะยิ้มสู้กับมันให้มากที่สุด พยายามไม่สร้างหนี้เพิ่มเป็นอันขาด พยายามเลิกใช้นิสัยที่อะไรๆ ก็จะใช้บัตรเครดิตไว้ก่อน บัตรเครดิตใบใดไม่ได้ใช้ก็ตัดใจยกเลิกไปเลย (บางคนตัดใจแบบโหดสักนิดด้วยการหักบัตรเครดิตเหล่านั้นทิ้งไปเลย) และหากเมื่อใดที่เป็นหนี้เมื่อเจ้าหนี้ติดต่อมาห้ามเป็นอันขาดห้ามขาดการติดต่อ ห้ามไม่รับโทรศัพท์ ห้ามหนีหนี้ อันนี้สำคัญมาก ในการชำระหนี้นั้นสำหรับหนี้พวกหนี้บ้าน หนี้รถ หนี้สองตัวนี้ควรเป็นหนี้ที่ต้องรีบชำระเสียก่อน เพราะเป็นหนี้ที่เราเบี้ยวได้ยากโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับหนี้เพื่อการผ่อนรถนั้นยิ่งเป็นคดีอาญาได้ด้วย เมื่อใดที่เราเริ่มมีการเบี้ยวในการชำระเงินสัก 3 เดือนทางเจ้าหนี้จะเริ่มดำเนินการฟ้องร้องในทันที สิ่งจำเป็นอีกสิ่งเมื่อเราเป็นหนี้ก็คือ เราต้องรู้จักที่จะปรับปรุงตัวเองเสียใหม่ รู้จักที่จะปรับเปลี่ยนพวกพฤติกรรมที่ไม่ดีทางการเงิน พยายามที่จะลดพวกรายจ่ายที่เราคิดว่าไม่จำเป็น (อย่าคิดแบบเข้าข้างตัวเองเป็นอันขาด คิดแบบอาศัยเหตุและผลเป็นหลัก) หากเราไม่รู้จักเปลี่ยนแปลงอนาคตเราอาจต้องพบเจอกับคำว่า “หมดตัว” ก็ได้

การรับมือเมื่อต้องเจอสถานการณ์หนี้ล้นตัว

อ้าว แล้วถ้าเรามีหนี้สินล้นมากมาย เป็นหนี้ที่เรียกว่าเราไม่มีทางที่จะจ่ายได้ไหวละ เราควรทำอย่างไร? ข้อห้ามที่สุดของที่สุด คือ เราห้ามหนีหนี้เป็นอันขาด เพราะหากเราหนีหนี้นั่นอาจกลายเป็นว่าเราอาจต้องเจอกับผลกระทบร้ายแรงตามมาแบบที่คุณอาจคาดไม่ถึงเลยก็ได้ การที่เราเลือกที่จะไม่จ่ายหนี้จงเตรียมตัวได้เลยว่าสักวันเราจะต้องโดนทางสถาบันการเงินหรือเจ้าหนี้ของตนเองฟ้องร้องอย่างแน่นอน เพราะ เรื่องของหนี้สินนั้นเป็นเรื่องที่ถือว่าเป็นคดีแพ่ง (เป็นคดีที่แม้มีโทษจริงอยู่แต่ก็ไม่ได้ร้ายแรงจนถึงขั้นติดคุก ดังนั้นนั่นอาจทำให้เรารู้สึกสบายใจไปได้เปราะหนึ่งแต่ยังไงเราก็ต้องจ่ายอยู่ดี) แต่หากใครไกล่เกลี่ยแล้วพบว่าผลลัพธ์ที่ได้ยังไม่โอเค ตกลงกันไม่ลงตัวจนท้ายที่สุดแล้วก็ยังนำไปสู่การขึ้นโรงขึ้นศาลอยู่ดีแน่นอนว่าเมื่อถึงจุดนี้เราไม่มีทางที่จะชนะเจ้าหนี้ได้เลย ดังนั้นเมื่อถึงจุดนี้ให้เราเตรียมตัวรับมือกับการถูกอายัดเงินพร้อมทั้งการยึดทรัพย์ทั้งหมด หากยิ่งเจ้าหนี้ทุกรายหันมาร่วมมือกันพวกเขาสามารถที่จะทำการร้องขอให้ศาลสั่งทำการอายัดเงินเดือนของลูกหนี้ได้ (ซึ่งนั่นต้องไม่เกินร้อยละ 30 ของเงินเดือนทั้งหมดแต่เงินเดือนของลูกหนี้จะต้องเหลือไม่น้อยกว่า 10,000 บาทหากเหลือน้อยกว่าเจ้าหนี้จะต้องเหลือเงินให้ลูกหนี้ได้ใช้อย่างน้อย 10,000 บาทนั่นก็เพื่อให้ลูกหนี้ยังคงสามารถมีเงินเพื่อการดำรงชีวิตต่อไปนั่นเองแต่สำหรับบุคคลที่ทำงานเป็นข้าราชการ ทางเจ้าหนี้นั้นไม่มีสิทธิ์ที่จะอายัดเงินเดือนได้แต่สามารถอายัดเงินอื่นๆ ที่ไม่ใช่เงินเดือนได้ทั้งหมด)