Category: หนี้

การรับมือเมื่อเป็นหนี้

เมื่อเรามีหนี้เราควรตั้งสติและกล้าเผชิญกับความจริงอยู่เสมอว่าเรานั้นเป็นหนี้อยู่ เมื่อเราเป็นหนี้เราก็ควรรู้จักชำระเงินคืนให้กับเจ้าหนี้และที่สำคัญเราควรวางแผนเพื่อการชำระหนี้ด้วยการจดรายละเอียดหนี้ทั้งหมดที่มีออกมานั่นก็เพื่อเป็นการตรวจดูภาพรวมของหนี้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง จากนั้นเมื่อเราทราบแล้วว่าตัวเราเองนั้นมีหนี้เท่าไรให้เราควรทำการจัดกลุ่มของเจ้าหนี้ออกมาเป็นกลุ่มทั้งสิ้นสองกลุ่ม นั่นคือ กลุ่มที่เป็นเจ้าหนี้ที่มียอดหนี้สูงสุด กับ กลุ่มที่เป็นเจ้าหนี้มีพวกดอกเบี้ยมากสุด จากนั้นให้เราพยายามค้นหาข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องของการจัดการหนี้แต่ละลักษณะว่าควรที่จะแก้ปัญหาอย่างไรถึงจะเหมาะสม การทำเช่นนี้นั่นก็เพื่อเป็นการช่วยเพิ่มไอเดียในการเจรจากับทางเจ้าหนี้เป็นรายๆ ให้เกิดผลดีต่อตัวเราเองมากที่สุด จากนั้นให้เราลองตรวจสอบดูว่าเงินรายรับที่เรามีแต่ละเดือนนั้นมีเท่าไรบ้าง แล้วมีรายจ่ายที่แน่นอนอะไรบ้าง นั่นก็เพื่อเป็นการคิดวิเคราะห์เพื่อการหาเงินให้ได้อย่างเหมาะสม สำหรับการเจรจากับทางเจ้าหนี้นั้นเราควรที่จะรู้จักที่จะเจรจาด้วยคำพูดดีๆ พยายามไกล่เกลี่ยหาทางออกให้ได้ ก่อนไปเจรจาก็ควรทำการศึกษารายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับหนี้ของตนเองให้มากที่สุด ทางออกที่ได้ต้องไม่ใช่ทางออกที่ทางเจ้าหนี้นั้นเป็นผู้กำหนดขึ้นมาและเราไม่สามารถที่จะทำตามทางออกนั้นได้ เนื่องจาก การชำระหนี้ที่ดีที่สุดคือการที่เราสามารถที่จะชำระเงินคืนให้กับทางเจ้าหนี้ได้ตรงเวลา การชำระเงินตรงเวลานั่นจะเป็นผลดีต่อตัวเราเองอย่างแน่นอน เป็นการช่วยสร้างเครดิตให้กับตัวเราเอง ข้อควรระวังที่สำคัญที่สุด คือ พยายามอย่าหนีหนี้เป็นอันขาด (อันนี้เรียกว่าห้ามที่สุดสำหรับคนเป็นหนี้)

ขายสินค้าและหารายได้เพื่อการปลดหนี้ดูสิ!!!

เมื่อเรามีหนี้เกิดขึ้นเราควรที่จะรู้จักขายของทุกอย่างที่เรามีและของที่มีราคาออกไปให้ได้มากที่สุดนั่นก็เพื่อให้ได้เงินก้อนออกมาเพื่อนำไปใช้ในการปลดหนี้ซึ่งของที่ขายนั้นควรเป็นของที่เราซื้อมาอย่างฟุ่มเฟือย เป็นของที่ไม่ได้มีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตในประจำวันของเรา เป็นของที่แม้เราจะไม่มีเราก็ไม่เดือดร้อน ตัวอย่างเช่น พวกเครื่องแต่งกาย, สินค้าแบรนด์เนม, พวกเครื่องประดับต่างๆ , พวกสินค้าไอทีที่เราไม่ได้ใช้งานแล้ว เป็นต้น แต่สิ่งไหนที่ยังเป็นของที่สามารถหารายได้จากมันได้ก็ไม่ต้องขาย ให้เก็บไว้เพื่อการสร้างรายได้ต่อไป (เก็บเพื่อการต่อยอด) เมื่อเรามีหนี้เราอย่ามัวโทษฟ้าโทษดิน อย่ามัวโทษนู้นโทษนี่ ไม่ใช่มัวแต่อาศัยการบนบานศาลกล่าวไปเรื่อยๆ มัวแต่นั่งรอโชคชะตาฟ้าลิขิต แต่การจะปลดหนี้ให้ได้นั้น คือ เราต้องมีการสร้างรายได้เพื่อการปลดหนี้ ดังนั้นเราควรที่จะพยายามที่จะหารายได้พิเศษเพิ่มเติมมากกว่า การหารายได้เพิ่มเติมเป็นสิ่งที่เราควรทำ การที่เราเรียนรู้ที่จะหารายได้เพิ่มเติมนั่นย่อมดีกว่าการไปขอหยิบยืมเงินจากคนอื่น การไปขอกู้หนี้ยืมสินต่อไปเรื่อยๆ เป็นไหนๆ ดังนั้น ท่องไว้เถิด…การไม่เป็นหนี้เป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุดแล้ว พยายามอย่าก่อหนี้โดยไม่จำเป็น เพราะหากเมื่อใดที่เราเป็นหนี้ ชีวิตเราก็จะต้องพบกับคำว่าเครียดเพิ่มขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว หนี้ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์มีแต่ก่อให้เกิดโทษเสียมากกว่า ฉะนั้นไม่มีหนี้เป็นอะไรที่เยี่ยมที่สุดแล้วละ!!!…

เรื่องของหนี้

เรื่องของการเงินนั้นเป็นสิ่งสำคัญแต่เรื่องของหนี้สินนั้นสำคัญใหญ่กว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบางคนที่ช่างมีหนี้สินมากมายเสียเหลือเกิน แล้วอย่างนี้คนเป็นหนี้ควรจะบริหารจัดการการเงินอย่างไรถึงจะสามารถปลดหนี้ได้ละ!!! ถึงต้องทำเช่นไรถึงจะมีเงินไว้ใช้ในชีวิตประจำวันและมีเงินเพื่อการสร้างอนาคตไปพร้อมกับการปลดหนี้!!! การปลดหนี้นั้นย่อมเป็นสิ่งที่ไม่ได้มีข้อกำหนดตายตัวใดๆ ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับตัวของเราเองทั้งนั้น ไม่มีเคล็ดลับเฉพาะเพื่อการปลดหนี้ จริง ๆ แล้วการปลดหนี้ที่ดีคือการที่เมื่อเรามีหนี้เราก็ต้องรู้จักที่จะใช้หนี้ให้หมด จ่ายให้ครบ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเงินที่เราหามาได้นั้นจำเป็นต้องเอามาชำระหนี้ทีเดียวหมดทั้งก้อน เราควรที่จะแบ่งเงินออกเป็นสามส่วนประกอบด้วยเงินเพื่ออดีต (เงินส่วนนี้ คือ เงินที่เป็นหนี้สินนับตั้งแต่อดีตที่ผ่านมา) , เงินเพื่อการใช้ในปัจจุบัน (เงินส่วนนี้เป็นเงินเพื่อการใช้เลี้ยงชีวิตในทุก ๆ วัน) และสุดท้ายคือเงินเพื่ออนาคต (เงินส่วนนี้เป็นเงินเพื่อการสร้างความมั่นคงในอนาคต) ดังนั้นเราจึงควรบริหารจัดการแบ่งเงินทั้งสามส่วนให้เป็นสัดเป็นส่วน เมื่อใดที่เราหันไปทุ่มเทกับเรื่องของการชำระหนี้มากเกินไป แบบว่ามัวแต่เอาเงินทั้งหมดที่หามาได้หรือเงินทั้งหมดที่มีไปจ่ายหนี้ทั้งหมดจนหลงลืมปล่อยให้อนาคตของตนเองนั้นล่องลอยเคว้งคว้างไปเรื่อย แบบนี้มันจะเป็นกาดีจริงหรือ แล้วแบบนี้อนาคตของเราจะเป็นเช่นไรต่อไปละ… ลองคิดดูสิ

เมื่อเรามีหนี้เราควรทำเช่นไรดี?

เมื่อเรามีหนี้เราควรทำเช่นไรดี? แน่นอนว่าอันดับแรกที่เราควรทำนั่นก็คือเราควรตั้งสติและหันกลับมาทำการวางแผนเพื่อการจ่ายหนี้ ส่วนนี้คือเราควรที่จะต้องจดรายการหนี้ทั้งหมดให้ละเอียด พิจารณาดูว่าตอนนี้เรามีหนี้อะไรอยู่บ้าง มีหนี้อยู่เท่าไร พยายามจัดกลุ่มของเจ้าหนี้ออกมาเป็นกลุ่มๆ ให้ได้อาจจะแบ่งออกเป็นสองกลุ่มก็ได้ เช่น กลุ่มดอกเบี้ยสูงกับดอกเบี้ยต่ำ เป็นต้น การทำเช่นนี้ก็เพื่อช่วยในการพิจารณาเพื่อการต่อรอง เพื่อการเจรจากับทางเจ้าหนี้หากพบว่าเรานั้นมีดอกเบี้ยเพิ่มสูงมากขึ้นจนไม่สามารถรับไหว อยากที่จะขอชะลอดอกเบี้ยไม่ให้เพิ่มขึ้นอีกต่อไป ทำการเจรจากับทางเจ้าหนี้เกี่ยวกับในสิ่งที่เราคิดว่าเราสามารถทำได้รวมทั้งวิธีการต่าง ๆ เท่าที่จะเป็นไปได้และทั้งหมดนี้ต้องเป็นสิ่งที่ส่งผลดีที่สุดต่อตัวเราเองทั้งสิ้น เนื่องจาก การที่เรานั้นทำการจ่ายหนี้แบบตรงเวลานั่นจะยิ่งเป็นการช่วยสร้างเครดิตให้กับตนเองมากขึ้น เราควรเลือกวิธีในการจ่ายหนี้แบบที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับตัวเราเองเป็นอันดับแรก (ส่วนนี้ขึ้นอยู่กับแนวคิดของแต่ละคนซึ่งนั่นเป็นการประยุกต์เพื่อให้เกิดความเหมาะสมมากที่สุดต่อลักษณะและสถานการณ์หนี้ของตัวเราเอง) ควรที่จะรู้จักสร้างวินัยในการออมให้มากขึ้นหลังจากที่ทำการปลดหนี้ได้หมดสิ้น เมื่อมีการปลดหนี้ได้หมดให้เรายังคงนำเงินส่วนที่เคยนำไปจ่ายหนี้เอาไปเป็นเงินเก็บแทนต่อไปนั่นก็เพื่อเป็นการสร้างวินัยในการออมเงินอย่างยั่งยืน เป็นต้น

รู้จักวางแผนชีวิตเมื่อมีหนี้

เมื่อเรามีหนี้จงท่องจำไว้เสมอว่าเราเป็นคนมีหนี้ เรามีเจ้าหนี้รอทวงเงินเราอยู่ ดังนั้นเราควรรู้จักที่จะพยายามปรับปรุงเรื่องของรูปแบบการใช้จ่ายของตนเองเอาไว้เสมอ ส่วนนี้เราควรเริ่มจากการคำนวณจากรายได้ที่เรามีทั้งหมดเป็นอันดับแรก ควรทำการแบ่งเงินออกเป็นส่วนๆ ตัวอย่างเช่น เก็บเป็นเงินออมประมาณร้อยละ 10, เก็บเงินเพื่อใช้เป็นเงินในชีวิตแต่ละวันประมาณร้อยละ 30, เก็บเป็นเงินออม (สำหรับกรณีฉุกเฉิน) ประมาณร้อยละ 5 ส่วนเงินที่เหลือนอกนั้นก็เป็นเงินเพื่อการจัดการหนี้สินทั้งหมด นอกจากนี้เราควรที่จะรู้จักพอประมาณ รู้จักหักห้ามใจ ตัดใจขอยกเลิกบัตรเครดิตบางใบที่ยังไม่เคยใช้ออกไปเลยได้ยิ่งดีนั่นก็เพื่อเป็นการป้องกันการก่อหนี้ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตไปในตัว สำหรับหนี้บัตรเครดิตนั้นขอแนะนำว่าให้ควรรีบจัดการมัน รีบปิดยอดให้ไวที่สุดได้เป็นดี เพราะ ดอกเบี้ยนั้นค่อนข้างมีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเสมอ ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะเราเลือกที่จะปล่อยปละละเลยไม่ยอมชำระเงินส่วนที่เป็นเงินต้นให้หมดๆ ไป เลือกที่จะปล่อยค้างไว้อย่างนั้นเป็นระยะเวลายาวนาน ลองเปลี่ยนดูสิ…เปลี่ยนจากการใช้บัตรเครดิตเพื่อการซื้อสินค้ามาเป็นเก็บเงินออมเพื่อการซื้อสินค้าแทนน่าจะเวิร์คกว่า เปลี่ยนจากนิสัยพกบัตรเครดิตติดตัวมาเป็นพกเงินสดแทนดีกว่า การใช้จ่ายด้วยเงินสดนั้นย่อมเป็นสิ่งที่ควบคุมการใช้ได้ค่อนข้างง่ายกว่าการใช้บัตรเครดิตและที่สำคัญยังไม่ต้องมากังวลว่าพอถึงสิ้นเดือนจะต้องจ่ายหนี้เท่าไรอีกด้วย

ซื้อสินค้าแบบเก็บเงินซื้อดีกว่ารูดบัตร

เมื่อถึงจุด ๆ หนึ่งที่เราอยากจะซื้อสินค้าสักชิ้นหนึ่งและมันช่างราคาแพงพอตัวหลายคนเลือกที่จะใช้การรูดบัตรเครดิตแทนการใช้จ่ายด้วยเงินสด แต่คุณทราบหรือไม่ว่าการซื้อของที่ดีที่สุด คือ การรู้จักเก็บเงินเพื่อการซื้อต่างหาก (ควรออมเงินก่อน ดีกว่าการมาผ่อนทีหลัง) ซื้อด้วยเงินสดมันเป็นสิ่งที่เวิร์คที่สุดที่เราอยากจะแนะนำ มันดีก็ตรงที่เราไม่ต้องมานั่งคอยจ่ายเงินส่วนที่เป็นดอกเบี้ยไปฟรีๆ สินค้าหลายชิ้นหากเราซื้อด้วยเงินสดอาจได้ราคาที่ถูกกว่าราคาที่ซื้อด้วยบัตรเครดิตด้วยซ้ำไป การรู้จักเก็บเงินเป็นการได้ฝึกฝนเรื่องของความมีระเบียบวินัย เป็นการได้ฝึกความอดทนอดกลั้น ฝึกความพยายาม การอดออมเพื่อการซื้อสินค้าที่เป็นเป้าหมายของเราจะยิ่งทำให้เราเกิดความพยายามมากขึ้นเป็นเท่าตัว ทำให้เราไม่ต้องคอยมานั่งเคลียร์หนี้ก้อนโตที่อาจเกิดขึ้นในภายหลังจากการใช้บัตรเครดิต ยิ่งหากใครรู้ตัวว่าตัวเองนั้นสภาพการเงินหมุนไม่คล่องเราขอแนะนำให้พยายามเก็บเงินเพื่อซื้อสินค้าดีกว่าจ่ายด้วยบัตรเวิร์คสุด เพราะ หากเมือใดที่เราเกิดไม่มีเงินที่จะชำระค่าบัตรในงวดนั้น ๆ นั่นจะยิ่งเป็นการทบดอกเบี้ยเข้าไปอีกเรื่อยๆ ยอดเงินก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัวและหากปล่อยนานวันไปเรื่อย ๆ หนี้ที่เคยมีเพียงเล็กน้อยก็จะกลายเป็นทวีคูณจนเราอาจไม่มีปัญญาหาเงินมาใช้หนี้ได้อีกต่อไป ดังนั้นการใช้จ่ายใดๆ ก็ตามควรคิดก่อนใช้เสมอ คิดก่อนว่าสินค้าที่เราจะซื้อมันเป็นสิ่งที่เราต้องการและจำเป็นกับเราจริงๆ หรือไม่ เพราะการเป็นหนี้ไม่มีใครที่จะมีความสุขกับมันได้จริงๆ หรอก

ข้อควรระวังเมื่อมีการสร้างหนี้

การสร้างหนี้สินนั้นสิ่งที่เราควรต้องระวังให้มากที่สุดก่อนที่เราจะสร้างหนี้สินใดๆ ก็ตาม คือ เราไม่ควรที่จะสร้างหนี้สินที่เป็นหนี้ยอดเงินจำนวนมาก ยอดเงินก้อนใหญ่หลายๆ ก้อนพร้อมกันเป็นอันขาด ตัวอย่างเช่น การมีหนี้สินอันเกิดจากการผ่อนบ้าน, หนี้สินจากการผ่อนรถยนต์, หนี้สินจากการซื้อคอนโด, หนี้สินจากการผ่อนซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ ฯลฯ ซึ่งหนี้สินเหล่านี้นั้นอาจกลายเป็นหนี้สินที่เป็นภาระที่ค่อนข้างหนักมากเกินไป หากเมื่อใดที่มีหนี้ประเภทเหล่านี้พร้อมกันท้ายที่สุดเราอาจกลายเป็นคนที่มีหนี้สินบานไปเรื่อยๆ จากที่ทีแรกที่วางแผนจะปิดหนี้ให้ได้สักหนี้ก่อนแต่เมื่อถึงเวลาจริงกลายเป็นว่าไม่รู้จะปิดหนี้อันไหนก่อนดี ไม่รู้จะเอาเงินไปจ่ายหนี้ก่อนไหนก่อนถึงจะดีที่สุด เมื่อมีหนี้เราควรพยายามหมั่นทำการตรวจสอบในใบแจ้งหนี้อยู่เสมอ ตรวจสอบว่ามีส่วนใดในใบแจ้งหนี้ที่เกิดความผิดพลาดหรือไม่ หากมีให้รีบแจ้งกับทางสถาบันการเงินหรือเจ้าหนี้รายนั้นๆ ในทันทีและควรที่จะทำการแยกพวกบัญชีออกเป็นประเภทๆ เพื่อการเคลียร์การชำระหนี้แบบเฉพาะออกไปร่วมด้วย เมื่อมีหนี้โปรดจำไว้ว่าพยายามอย่าชำระเงินแบบยอดขั้นต่ำเป็นดีสุด, ควรเริ่มทำการทยอยเพื่อการชำระหนี้, ลองหัดเปลี่ยนจากการซื้อสินค้าด้วยบัตรมาเป็นจ่ายเงนสดแทน, ต้องรู้จักที่จะทำบัญชีรายจ่ายรายรับไว้เสมอ, ต้องรู้จักที่จะวางแผนเกี่ยวกับการเงินอย่างเป็นระบบ เป็นระเบียบที่ชัดเจน, ต้องรู้จักที่จะรักษาวินัยของตนเองเกี่ยวกับการใช้เงินอยู่ตลอดเวลา, ควรรู้จักที่จะออมเงินหากเกิดกรณีฉุกเฉินเกิดขึ้นและที่จะขาดไม่ได้ คือ ควรที่จะขยันที่จะหารายได้เพิ่มเติมเพื่อนเอาเงินเหล่านั้นมาปลดหนี้

เครดิตทางด้านการเงิน

สำหรับการสร้างเครดิตทางด้านการเงินนั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการชำระหนี้ให้ตรงเวลา เป็นการสร้างความน่าเชื่อให้กับตนเองมากที่สุด หากใครที่เคยมีประวัติเกี่ยวกับการชำระหนี้ที่ไม่ดี มีประวัติไม่โอเค มีการผิดชำระหรือเกิดการล้มละลายเกิดขึ้นสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นอันตรายต่อตัวคุณเองทั้งสิ้นแต่หากใครที่ทำผิดพลาดไปแล้วนั่นก็เป็นเรื่องที่กลายเป็นอดีตไปแล้วเราคงไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้อีกและคงไม่มีประโยชน์หากเรายังคงจมปลักอยู่กับสิ่งเหล่านั้น ดังนั้น เมื่อผิดพลาดไปแล้วก็ให้เริ่มต้นใหม่ด้วยความพยายาม ความพยายามนี้ไม่ใช่การก่อหนี้ใหม่ ไม่ใช่การหนีหนี้แต่เป็นความพยายามเพื่อการตั้งใจว่าจะชำระหนี้ให้หมดต่างหาก การชำระหนี้ที่ดีเป็นสิ่งที่คนเป็นหนี้ควรเป็น เมื่อเป็นหนี้ควรรู้จักที่จะชำระเงินให้กับเจ้าหนี้ที่คิดพวกดอกเบี้ยมากที่สุดให้เป็นอันดับแรกเพื่อเป็นการช่วยยับยั้งการเพิ่มขึ้นของดอกเบี้ยแบบมหาศาล, พยายามลดจำนวนของเจ้าหนี้ลงให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้อาจเริ่มจากการชำระหนี้ส่วนที่เป็นยอดเงินไม่มาก พยายามปิดให้ได้ก่อน จากนั้นค่อยๆ พยายามปิดยอดหนี้ที่มีจำนวนสูงมากๆ , ลองสอบถามดูว่าแต่ละสถาบันการเงินที่เราเป็นหนี้อยู่นั้นมีวิธีการคิดคำนวณหนี้อย่างไรบ้างซึ่งเราสามารถลองสอบถามสูตรคำนวณกับทางสถาบันทางการเงินได้โดยตรงนั่นก็เพื่อเป็นการช่วยหาวิธีการเพื่อการช่วยทำให้ยอดหนี้นั้นมีจำนวนลดลงให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ นอกจากนี้เมื่อใดที่เราสามารถปิดยอดหนี้ได้หมดให้เรายังคงรักษาระดับการจ่ายเงินเอาไว้ดังเดิมแต่ที่แตกต่างออกไปก็คือการนำเอาเงินส่วนนั้นไปเป็นเงินออมแทนนั่นเอง

เมื่อมีหนี้จะปลดหนี้อย่างไรให้รวดเร็ว?

ในปัจจุบันนั้นการแข่งขันทางด้านธุรกิจหรือการทำมาหากินตามทั่วไปนั้นมีผู้คนมากมายที่กำลังประสบกับปัญหาทางด้านการเงินซึ่งนั้นก็ไม่ใช่เพียงแค่เราเพียงคนเดียว เนื่องจาก ในทุกวันนี้คนไทยนั้นค่อนข้างมีอัตราที่จะเป็นหนี้กันมากขึ้น นั่นก็เป็นเพราะคนส่วนใหญ่มักมีรายจ่ายที่มากกว่ารายรับนั่นเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งรายจ่ายอันเกิดจากการใช้บัตรเครดิต, บัตรกดเงินสดและเงินกู้ธนาคารต่าง ๆ ทุกวันนี้การกู้ยืมเงินกลายเป็นเรื่องที่แสนจะง่ายมากขึ้นกว่าอดีต ทางสถาบันการเงินมากมายเริ่มที่จะมีการลดฐานรายได้ของผู้ขอกู้ลงมาให้อยู่ระดับที่ต่ำลงมากพอสมควรเพื่อให้ผู้คนที่มีเงินเดือนไม่สูงมากสามารถกู้เงินได้ ทางสถาบันการเงินนั้นขอเพียงแค่ผู้กู้มีสลิปเงินเดือนและมีหลักฐานเล็ก ๆ น้อยประกอบการยื่นเพียงเท่านี้ก็สามารถทำสัญญาเพื่อการกู้ยืมได้แล้วและการกู้ยืมนี่เองที่ทำให้คนในปัจจุบันไม่นิยมออมเงินเพื่อการซื้อสิ่งของหรือเพื่อการลงทุนต่าง ๆ ไปโดยปริยาย เมื่อมีหนี้จะปลดหนี้อย่างไรให้รวดเร็ว? เราสามารถเริ่มได้จากการสำรวจส่วนที่เป็นหนี้สินของตนเองก่อน ทำการเลือกชำระหนี้ส่วนที่มีดอกเบี้ยแพงมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ พยายามปรับปรุงเรื่องของรูปแบบการใช้จ่ายของตนเองให้เหมาะสม พยายามปรับลดส่วนที่เป็นค่าใช่จ่ายในชีวิตประจำวันลงไปบ้างก็ดี พยายามเปลี่ยนทัศนคติแบบใหม่ๆ เข้าไปในชีวิตบ้างและควรที่จะรู้จักออมเงินเพื่อการซื้อของดีกว่าการผ่อนด้วยบัตรต่างๆ, รู้จักที่จะศึกษารายละเอียดบัตรต่างๆ ที่เราใช้อยู่ ศึกษาสิทธิประโยชน์และผลเสียของการใช้บัตรไว้ด้วย

สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเมื่อเกิดเป็นหนี้

เมื่อเรามีหนี้สิ่งสำคัญที่เราไม่ควรมองข้ามเลย นั่นก็คือ การพยายามปรับลดส่วนที่เป็นค่าใช่จ่ายในชีวิตประจำวันลงไปบ้างก็ดี พยายามลดโอกาสที่จำนวนเงินจะไหลออกจากกระเป๋าแสนรักของเราด้วยเหตุที่ไม่จำเป็น ควรรู้จักที่จะทำการจดบันทึกพวกรายรับรายจ่ายไว้เสมอ พยายามบันทึกทุกสิ่งทุกอย่าง บันทึกแบบละเอียดที่สุด การทำเช่นนี้จะช่วยทำให้เราทราบว่าวันๆ หนึ่งเราใช้จ่ายอะไรไปบ้าง แล้วมีสิ่งใดที่เราใช้จ่ายไปแล้วกลับเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นเอาเสียเลย มีสิ่งไหนบ้างที่เราพอจะสามารถตัดทิ้งมันออกไปได้ ที่สำคัญเมื่อเรามีหนี้เราไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือยแต่เราคือคนที่มีชนักติดหลัง ดังนั้นเราควรเรียนรู้ที่จะยึดเอาหลักเรื่องของการประหยัดไว้เป็นสิ่งสำคัญ ยึดเรื่องประหยัดไว้เป็นที่ตั้งของชีวิต อะไรที่เราสามารถประหยัดได้เราก็ควรทำ ใครที่เคยติดหรูก็เลิกเลยนิสัยแบบนี้ไปซะ อย่าทำตัวเสมือนคนไม่มีหนี้เป็นอันขาด ต่อจากนั้นก็คือการพยายามเปลี่ยนทัศนคติแบบใหม่ๆ เข้าไปในชีวิตบ้าง สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราควรมีและไม่ควรมองข้าม เป็นการรู้จักที่จะมองเกี่ยวกับหนี้แบบที่แยกออกมาเป็นข้อย่อยๆ พยายามค่อยๆ มองไปทีละด้าน ค่อยๆ พิจารณาไปเป็นเรื่องๆ อย่าเอาทุกสิ่งทุกอย่างมาสุมรวมกันหมด เพราะ การนำเอาทุกอย่างมายำรวมกันนั่นจะยิ่งเป็นการกระตุ้นทำให้เรารู้สึกท้อใจ รู้สึกเหนื่อยใจ รู้สึกเครียด ไม่มีกำลังใจได้และสิ่งเหล่านี้อาจส่งผลนำไปสู่การเกิดเป็นปัญหาชีวิตมากมายตามมานับไม่ถ้วน จากปัญหาจุดเดียวจะขยายไปเป็นปัญหามากมายหลายเท่าตัว ดีไม่ดีอาจจะสาหัสถึงขั้นทำให้เกิดการทะเลาะ เกิดการไม่เข้าใจกันภายในครอบครัวได้อีกด้วย ดังนั้นเราควรรู้จักที่จะพลิกแพลงปัญหา รู้จักปรับเปลี่ยนทัศนคติแบบใหม่เพื่อการมีชีวิตที่เรียบง่าย พยายามคิดหาหนทางว่าทำอย่างไรเราถึงจะมีความสุขได้แม้จะมีหนี้อยู่ก็ตามดีกว่า