กีฬานี้คิดได้ไง

by

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบสังสรรค์กับเพื่อน ๆ โดยการล้อมวงกันดื่มเหล้าเบียร์ คุณคงไม่ปฏิเสธว่าในวงเหล้านั้นมักมีเรื่องครื้นเครงเกิดขึ้นอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการถกเถียงเรื่องสถานการณ์บ้านเมือง ระบายความอัดอั้นตันใจทั้งเรื่องงานและความรัก ตลอดไปจนถึงเรื่องเล่าต่าง ๆ นา ๆ ที่ค่อนไปทางสยองขวัญหรือสยิวกิ้วตามแต่อารมณ์ของคนเล่า กีฬาที่ผู้เขียนหยิบยกขึ้นมาเล่าสู่กันอ่านในวันนี้ก็มีต้นกำเนิดมาจากวงเหล้าเช่นกัน ดังนั้น จึงรับประกันความอึ้ง ทึ่ง เสียว ได้เป็นอย่างดีว่าจะสุดกู่เพียงใด กีฬาชนิดนี้ก็คือ สาวน้อยล่องแก่ง ซึ่งมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า Bubble Baba Challenge จุดเด่นที่เพี้ยนหลุดโลกของการแข่งขันนี้ก็คือ แทนที่จะใช้เรือเป็นพาหนะในการแข่งขัน เขากลับนำเอาตุ๊กตายางสุดเซ็กซี่มาใช้แทน ทำให้ผืนน้ำกว้างใหญ่ในวันแข่งขันเต็มไปด้วยสีสันสุดระทึก เพราะภาพสาวสวยขาวอวบนอนระทวยอยู่ใต้ร่างนักกีฬาท่ามกลางสายน้ำหลากนั้นช่างเติมเต็มจินตนาการสุดแฟนตาซีในวงเหล้าของใครหลายคนให้กลายเป็นความจริงขึ้นมาได้อย่างน่าดูชมกันเลยทีเดียว ซึ่งอันนี้ต้องยกนิ้วให้กับผลงานของชายชาวรัสเซี่ยน นามดิมิททรี บูลาวินอฟ ผู้ที่มุมานะทำให้ความฝันสุดบรรเจิดกลายมาเป็นความจริงที่สัมผัสได้ในที่สุดตั้งแต่ปี ค.ศ. 2003 โน่นแน่ะ การแข่งขันสาวน้อยล่องแก่งนี้จะจัดขึ้นทุกปี ที่แม่น้ำ Vuoksi ผู้ที่มีสิทธิ์เข้าแข่งขันจะต้องมีอายุ 16 ปีขึ้นไป และผ่านการตรวจสอบระดับความเมาเรียบร้อยแล้วเท่านั้น ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าแข่งขันนั่นเอง

by

ในบรรดากีฬาสุดแปลกที่มีคนคิดค้นขึ้นมานั้น การแข่งเตะแข้ง ก็เป็นหนึ่งในเกมการแข่งขันของประเทศอังกฤษที่ได้รับความนิยมกันมายาวนานตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 17 โน่นเลยทีเดียว จัดเป็นเกมการต่อสู้ประเภทหนึ่งที่ผู้เข้าแข่งขันจะต้องมีความอึดและแข็งแรงเป็นอย่างยิ่งจึงจะสามารถฝ่าฟันเข้าไปสู่ตำแหน่งแชมป์เปี้ยนได้ เป็นเรื่องธรรมดาของคนบ้าพลังกลุ่มหนึ่งที่ต้องการโชว์ความสามารถของตัวเองสู่สายตาชาวโลก การเป็นนักเตะแข้งทองก็ถือว่าไม่เลวนัก ถึงแม้จะไม่ใช่สมญานามที่ได้รับจากกีฬาฟุตบอลที่สุดแสนจะยอดฮิตติดลมบน แต่ฉายานี้ก็นับเป็นหนึ่งในตองอูทุกถ้อยคำ เพราะผู้ที่คว้าตำแหน่งนี้มาครองได้ จะต้องมีหน้าแข้งที่อึด ถึก ทน เป็นเลิศ สามารถทนลูกถีบของคู่ต่อสู้ได้โดยขาไม่หักไปเสียก่อน เนื่องจากกีฬาชนิดนี้เขาจะให้ผู้เข้าแข่งขันจับคู่กับตัวต่อตัวโดยการหันหน้าเข้าหากัน ยึดบ่าฝ่ายตรงข้ามให้เหนียวแน่น จากนั้นก็ระดมเตะหน้าแข้งอีกฝ่ายไม่ยั้งจนกว่าคู่ต่อสู้จะยอมยกธง เนื่องจากในอดีต มีคนสวมรองเท้าเสริมเหล็กเพื่อล้มคู่ต่อสู้ให้เร็วที่สุด จึงมีการออกกติกาเกี่ยวกับรองเท้าที่ใช้โดยเฉพาะว่าจะต้องเป็นรองเท้าที่มีความอ่อนนุ่มพอสมควรจึงจะใช้ได้ นอกจากนี้ยังอนุญาตให้ผู้เข้าแข่งขันหุ้มหน้าแข้งด้วยฟางข้าวอีกชั้นหนึ่งเพื่อลดช่วยแรงประทะ และที่ขาดไม่ได้ก็คือหน่วยปฐมพยาบาลที่มาแสตนด์บายอยู่ข้างสนามเผื่อเกิดการบาดเจ็บขึ้นมาจะได้รักษาทัน ใครที่ชอบขัดแข้งขัดขาคนอื่นน่าจะลองไปแข่งดูมั่งนะ

by

หยุดครับ หยุด! อย่าเพิ่งบ่นว่าทำไมการวิ่งแข่งถึงได้มาโผล่อยู่ใน “กีฬานี้คิดได้ไง” กับเขาด้วย บอกแล้วไงครับว่ากีฬาที่กระผมนำมาเล่าสู่กันอ่านในรอบนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นกีฬาที่คนทั่วไปเขาไม่ทำกัน อ๊ะ! ไม่ได้หมายความว่าคนที่เข้าร่วมการแข่งขันจะไม่ใช่คนปกติหรอกนะครับ น่าจะจัดอยู่ในกลุ่มคนที่นิยมความแปลกใหม่ที่แหวกแนวไปจากสังคมมากกว่า กีฬาวิ่งแข่งที่กำลังกล่าวถึงในเวลานี้ เป็นการแข่งวิ่งที่ผู้เข้าร่วมการแข่งขันจะต้องสวมรองเท้าส้นสูงในการแข่งขัน ใช่ครับ! รองเท้าส้นสูง เข้าใจหรือยังครับว่าทำไมถึงได้มาโผล่อยู่ในหมวดนี้ เรามาดูกันดีกว่าว่าเขามีกฎกติกายังไง การแข่งวิ่งบนรองเท้าส้นสูงนี้เป็นกีฬาที่จัดขึ้นตามเมืองใหญ่ โดยผู้เข้าร่วมการแข่งขันจะเป็นบรรดาสุภาพสตรีทั้งหลายที่ใช้ชีวิตอยู่รองเท้าส้นสูงเป็นกิจวัตร โดยมีการกำหนดให้รองเท้าที่ใช้ในการแข่งขัน มีความสูงอย่างน้อย 7 เซนติเมตร หรือ 2.8 นิ้ว ส่วนการแต่งกายก็ตามสะดวก จะนุ่งมินิสเกิร์ต กางเกงขาสั้น ขายาว ยังไงก็ได้ทั้งนั้น โดยระยะทางที่ใช้แข่งจะอยู่ที่ 80 เมตร หรือ 260 ฟุต ใครเข้าเส้นชัยได้ก่อนถือเป็นผู้ชนะ เรียกได้ว่าเป็นการแข่งขันของสาวชาวเมืองอย่างแท้จริง และได้รับความนิยมไปทั่วโลกเลยทีเดียว ดูได้จากเมืองต่าง ๆ ที่มีการจัดการแข่งขันวิ่งรองเท้าส้นสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเมืองแฟชั่นอย่างปารีส ในประเทศฝรั่งเศส เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย กระทั่งกรุงมอสโคว์หรืออัมสเตอร์ดัมในประเทศรัสเซียก็ยังนิยมการแข่งขันชนิดนี้กับเขาเหมือนกัน

by

พูดถึงเครื่องดื่มมึนเมาแล้วหลายคนคงนึกเปรี้ยวปากขึ้นมาครามครันสินะครับ แต่วันนี้กระผมไม่ได้มาชวนคุณผู้อ่านไปดื่มเหล้ากันนะบอกไว้ก่อน เราจะมาคุยกันถึง “กีฬานี้คิดได้ไง” ต่างหาก แน่นอนว่าตัวชูโรงของการแข่งขันในคราวนี้ก็คือเครื่องดื่มที่อุดมไปด้วยแอลกอฮอล์ชนิดหนึ่งที่เรียกกันว่า ‘เบียร์’ นั่นเอง หากเป็นการแข่งขันดื่มเบียร์กันแบบทั่วไปกระผมคงไม่หยิบยกขึ้นมากล่าวถึงให้เสียเวลา เพราะฉะนั้นมาดูกันดีกว่าว่าจุดเด่นของการแข่งดื่มเบียร์ของที่นี่คืออะไร ต้นกำเนิดของกีฬาชนิดนี้อยู่ที่สาธารณรัฐเชกโน่น ผู้ที่เข้าแข่งขันดวดเบียร์พิสดารจะต้องเอาหัวยันพื้นก่อนถึงจะดื่มเบียร์ลงไปให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยไม่อ้วกแตกออกมาเสียก่อน ผู้ที่สามารถดื่มได้เยอะที่สุดจึงถือเป็นผู้ชนะการแข่งขัน ลำพังแค่แข่งดื่มเบียร์ด้วยวิธีการธรรมดาก็แทบแย่แล้ว นี่ต้องมากลับหัวกลับหางดื่มคงเป็นอะไรที่สุด ๆ ไปเลยจริงหรือเปล่าครับ แต่ถึงจะพิสดารเพียงใดก็ยังมีผู้กล้าออกมาท้าแข่งกันจำนวนไม่น้อยเลย เมื่อนับจำนวนครั้งที่ทำการจัดการแข่งขันครั้งแรกจนถึงปี ค.ศ. 2014 แล้ว ทั้งหมดก็ 41 ครั้งพอดิบพอดี กว่าจะถึงปัจจุบันที่คุณผู้อ่านกำลังนั่งอ่านบทความนี้ก็ไม่รู้สถิติการจัดงานจะพุ่งไปถึงไหนแล้ว ตบท้ายกันด้วยเคล็ดไม่ลับในการดื่มเบียร์กลับหัว ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าไม่ว่าคุณจะกินอาหารหรือดื่มน้ำในท่าไหน อาหารและเครื่อมดื่มที่คุณกินเข้าไปก็จะยังคงถูกส่งไปถึงกระเพาะอาหารอยู่ดี เพียงแต่จำเอาไว้ว่า “อย่ากินเร็วเกินไป” เท่านั้นเอง