Month: July 2016

ขายสินค้าและหารายได้เพื่อการปลดหนี้ดูสิ!!!

เมื่อเรามีหนี้เกิดขึ้นเราควรที่จะรู้จักขายของทุกอย่างที่เรามีและของที่มีราคาออกไปให้ได้มากที่สุดนั่นก็เพื่อให้ได้เงินก้อนออกมาเพื่อนำไปใช้ในการปลดหนี้ซึ่งของที่ขายนั้นควรเป็นของที่เราซื้อมาอย่างฟุ่มเฟือย เป็นของที่ไม่ได้มีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตในประจำวันของเรา เป็นของที่แม้เราจะไม่มีเราก็ไม่เดือดร้อน ตัวอย่างเช่น พวกเครื่องแต่งกาย, สินค้าแบรนด์เนม, พวกเครื่องประดับต่างๆ , พวกสินค้าไอทีที่เราไม่ได้ใช้งานแล้ว เป็นต้น แต่สิ่งไหนที่ยังเป็นของที่สามารถหารายได้จากมันได้ก็ไม่ต้องขาย ให้เก็บไว้เพื่อการสร้างรายได้ต่อไป (เก็บเพื่อการต่อยอด) เมื่อเรามีหนี้เราอย่ามัวโทษฟ้าโทษดิน อย่ามัวโทษนู้นโทษนี่ ไม่ใช่มัวแต่อาศัยการบนบานศาลกล่าวไปเรื่อยๆ มัวแต่นั่งรอโชคชะตาฟ้าลิขิต แต่การจะปลดหนี้ให้ได้นั้น คือ เราต้องมีการสร้างรายได้เพื่อการปลดหนี้ ดังนั้นเราควรที่จะพยายามที่จะหารายได้พิเศษเพิ่มเติมมากกว่า การหารายได้เพิ่มเติมเป็นสิ่งที่เราควรทำ การที่เราเรียนรู้ที่จะหารายได้เพิ่มเติมนั่นย่อมดีกว่าการไปขอหยิบยืมเงินจากคนอื่น การไปขอกู้หนี้ยืมสินต่อไปเรื่อยๆ เป็นไหนๆ ดังนั้น ท่องไว้เถิด…การไม่เป็นหนี้เป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุดแล้ว พยายามอย่าก่อหนี้โดยไม่จำเป็น เพราะหากเมื่อใดที่เราเป็นหนี้ ชีวิตเราก็จะต้องพบกับคำว่าเครียดเพิ่มขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว หนี้ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์มีแต่ก่อให้เกิดโทษเสียมากกว่า ฉะนั้นไม่มีหนี้เป็นอะไรที่เยี่ยมที่สุดแล้วละ!!!…

เรื่องของหนี้

เรื่องของการเงินนั้นเป็นสิ่งสำคัญแต่เรื่องของหนี้สินนั้นสำคัญใหญ่กว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบางคนที่ช่างมีหนี้สินมากมายเสียเหลือเกิน แล้วอย่างนี้คนเป็นหนี้ควรจะบริหารจัดการการเงินอย่างไรถึงจะสามารถปลดหนี้ได้ละ!!! ถึงต้องทำเช่นไรถึงจะมีเงินไว้ใช้ในชีวิตประจำวันและมีเงินเพื่อการสร้างอนาคตไปพร้อมกับการปลดหนี้!!! การปลดหนี้นั้นย่อมเป็นสิ่งที่ไม่ได้มีข้อกำหนดตายตัวใดๆ ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับตัวของเราเองทั้งนั้น ไม่มีเคล็ดลับเฉพาะเพื่อการปลดหนี้ จริง ๆ แล้วการปลดหนี้ที่ดีคือการที่เมื่อเรามีหนี้เราก็ต้องรู้จักที่จะใช้หนี้ให้หมด จ่ายให้ครบ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเงินที่เราหามาได้นั้นจำเป็นต้องเอามาชำระหนี้ทีเดียวหมดทั้งก้อน เราควรที่จะแบ่งเงินออกเป็นสามส่วนประกอบด้วยเงินเพื่ออดีต (เงินส่วนนี้ คือ เงินที่เป็นหนี้สินนับตั้งแต่อดีตที่ผ่านมา) , เงินเพื่อการใช้ในปัจจุบัน (เงินส่วนนี้เป็นเงินเพื่อการใช้เลี้ยงชีวิตในทุก ๆ วัน) และสุดท้ายคือเงินเพื่ออนาคต (เงินส่วนนี้เป็นเงินเพื่อการสร้างความมั่นคงในอนาคต) ดังนั้นเราจึงควรบริหารจัดการแบ่งเงินทั้งสามส่วนให้เป็นสัดเป็นส่วน เมื่อใดที่เราหันไปทุ่มเทกับเรื่องของการชำระหนี้มากเกินไป แบบว่ามัวแต่เอาเงินทั้งหมดที่หามาได้หรือเงินทั้งหมดที่มีไปจ่ายหนี้ทั้งหมดจนหลงลืมปล่อยให้อนาคตของตนเองนั้นล่องลอยเคว้งคว้างไปเรื่อย แบบนี้มันจะเป็นกาดีจริงหรือ แล้วแบบนี้อนาคตของเราจะเป็นเช่นไรต่อไปละ… ลองคิดดูสิ