by

วันนี้ขอนำเสนอกีฬาเอ็กซ์ตรีม (Extreme Sport) ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในหมู่วัยรุ่นเสียหน่อยนะครับ นั่นก็คือ ฟรีรันนิ่ง (Freerunning) หลักง่าย ๆ ของกีฬาชนิดนี้ก็คือนักกีฬาจะต้องทำการวิ่งหรือเคลื่อนไหวร่างกายไปเรื่อย ๆ ชนิดที่ว่าจะขึ้นเขาหรือลงห้วยก็ต้องเดินหน้าต่อไปโดยไม่หยุดยั้ง เมื่อพบสิ่งกีดขวาง ผู้เล่นจะต้องรีบตัดสินใจว่าจะกระโดดข้าม ปีน หรือหลบหลีกไปทางอื่นอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้การเคลื่อนไหวขาดตอน ดังนั้น กีฬาฟรีรันนิ่งหรือที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า ปากัวร์ (Pakour) จึงจัดเป็นกีฬาที่ต้องอาศัยทักษะต่าง ๆ มากพอดู ที่สำคัญก็คือความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ความแคล่วคล่องว่องไวของร่างกาย และไหวพริบของนักกีฬา สถานที่จัดการแข่งขันหรือที่ซึ่งผู้เล่นมักไปรวมตัวกันส่วนมากแล้วจะเป็นเขตชุมชนที่มีพื้นที่ให้แสดงความสามารถเยอะ ๆ ยกตัวอย่างเช่น สวนสาธารณะ ที่เต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างหลากประเภท เช่น บันได พื้นที่ต่างระดับ พวกที่ชอบอันตรายและการท้าทายมากหน่อย ก็อาจขึ้นไปเล่นบนดาดฟ้าของตึกสูง ๆ กระโดดข้ามช่องว่างระหว่างตึก กระโดดข้ามหลังคาชาวบ้าน ห้อยโหนราวกับลิงค่างชวนให้ผู้พบเห็นเกิดความรู้สึกหวาดเสียวไปตาม ๆ กัน แต่ก็นั่นแหละ อันตรายคือเสน่ห์เกินห้ามใจของกีฬาเอ็กซ์ตรีมล่ะ นอกจากนี้ ฟรีรันนิ่งยังให้คะแนนกับท่วงท่าที่สวยงามของนักกีฬาอีกด้วย ดังนั้น คนที่สักแต่ว่ากระโดดโลดเต้นไปตามใจชอบจึงมักได้คะแนนน้อยกว่าผู้ที่มีลูกล่อลูกชน เช่นทำทีว่าจะกระโดดไปทางซ้าย แต่กลับเปลี่ยนเป้าหมายไปอีกทางแบบกระทันหัน เป็นต้น ซึ่งการจะทำอย่างที่ว่าได้ต้องอาศัยการฝึกที่หนักหน่วงไม่น้อย แต่หากใจสู้เสียอย่าง ไม่ว่าอะไรก็ไม่สามารถขวางทางพวกเขาได้จริง ๆ

by

และแล้วก็มาถึงกีฬาเอ็กซ์ตรีม (Extreme Sport) สุดท้าทายสำหรับคนที่ชื่นชอบความสูงแบบเสียว ๆ กันแล้วนะครับ เพราะวันนี้ผู้เขียนจะนำท่านทั้งหลายไปทำความรู้จักกับกีฬากระโดดร่มบนพื้นดินที่เรียกกันว่า เบสจั๊มพ์ปิ้ง (BASE Jumping) กันครับ ใครกลัวความสูงก็ตามมาห่าง ๆ ก่อนประเดี๋ยวเป็นลมเป็นแล้งไปจะยุ่ง ที่เหลือตามมากันเลยครับ ความแตกต่างของกีฬาเบสจั๊มพ์ปิ้งกับการกระโดดร่มก็คือ อย่างหลังนี่เราจะกระโดดลงมาจากกลางอากาศโดยมีพาหนะที่สามารถบินได้พาขึ้นไป เช่น เฮลิคอปเตอร์ หรือเครื่องบิน แต่กับเบสจั๊มพ์ปิ้งนั้น ผู้เล่นจะต้องทำการกระโดดจากที่สูงลงไปสู่ด้านล่าง เช่น กระโดดจากตึกหรืออาคารที่มีความสูงจากพื้นดินมาก ๆ กระโดดจากสะพานแขวนหรือสะพานลอย กระโดดจากหน้าผาที่สูงชัน หรือสถานที่อื่น ๆ แล้วแต่ไอเดียจะบังเกิดนั่นเอง ส่วนทำไมกีฬาชนิดนี้ถึงจัดอยู่ในกีฬาเอ็กซ์ตรีมน่ะหรือครับ ลองนึกภาพการกระโดดบันจี้จัมพ์แบบไม่มีเชือกเอาไว้ก็แล้วกัน ว่าความเสียวและความเสี่ยงของกีฬาชนิดนี้มันอยู่ในระดับไหน แหม นึกภาพแล้วใจมันหวิว ๆ ชอบกล! หากคุณคิดว่าเบสจั๊มพ์ปิ้งยังไม่สะใจพอ ขอนำเสนอกีฬาอีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า คลิฟจั๊มพ์ปิ้ง (Cliff Jumping) มาให้ทัศนากันครับ ซึ่งชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นการกระโดดหน้าผา ดังนั้นโลเกชั่นของการเล่นกีฬาดังกล่าวจึงหนีไม่พ้นหน้าผาทั้งหลายแหล่ ที่นิยมกันมากที่สุดเห็นจะเป็นหน้าผาที่มีพื้นที่ติดชายทะเลหรือแม่น้ำ เพื่อสะดวกแก่การร่อนลงน้ำนั่นเอง นี่ก็คือจุดแตกต่างระหว่างเบสจั๊มพ์ปิ้งกับคลิฟจั๊มพ์ปิ้ง เพราะกีฬาอย่างแรกน่ะเน้นการร่อนลงบนพื้นดินโดยใช้ร่มชูชีพช่วย แต่อย่างหลังนี่ลงน้ำลูกเดียวโดยปราศจากร่มชูชีพจ้า สะใจพอมั้ย?

by

กีฬาที่อัดแน่นไปด้วยความตื่นเต้นเร้าใจย่อมแฝงไว้ซึ่งอันตรายถึงชีวิต วันนี้ผู้เขียนขอเชิญชวนท่านทั้งหลายก้าวเข้ามาสัมผัสกีฬาเอ็กซ์ตรีม (Extreme Sport) กันบ้างเพื่อเป็นการเปลี่ยนรสชาติจากกีฬาทั่วไปที่เห็นหรือเล่นกันจนชาชิน กีฬาชนิดแรกที่นำมาเสนอในวันนี้ก็คือ การแข่งจักรยาน BMX ซึ่งหลายคนคุ้นเคยกันดี เพราะเคยปั่นเล่นมาตั้งแต่สมัยยังเด็ก ไม่น่าเชื่อใช่ไหมละครับว่าเจ้า BMX นี่จะจัดอยู่ในประเภทของกีฬาเอ็กซ์ตรีมกับเขาด้วย มาทำความรู้จักกับการแข่งขัน BMX ให้ลึกซึ้งกว่าเดิมสักนิดกันดีกว่าครับ การแข่งขัน BMX มีทั้งการแข่งขันด้านความเร็วและแบบฟรีสไตล์ แต่สิ่งสำคัญคือผู้เข้าร่วมแข่งขันจะต้องมีทักษะในการทรงตัวค่อนข้างสูง เนื่องจากต้องบังคับทิศทางให้เป็นไปตามความต้องการในขณะที่ปั่นจักรยานบนลู่แข่งด้วยความเร็วสูง ซึ่งโดยมากแล้วสนามแข่งจะถูกจัดให้มีระดับสูงต่ำหรือขรุขระต่างจากพื้นผิวถนนทั่วไป อย่างที่เรารู้กันในนามของการแข่งวิบากนั่นแหละครับ ดังนั้น ในบางจุดจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีการกระโดด ซึ่งถ้าใครใจไม่ถึงหรือมีความสามารถไม่เพียงพอละก็ย่อมไม่สามารถฝ่าด่านไปได้โดยง่าย ยิ่งไปกว่านั้นคือ หากเกิดพลาดพลั้งขึ้นมาระหว่างการแข่งขันละก็ อาจบาดเจ็บจนถึงแก่ชีวิตเอาได้ง่าย ๆ เลยทีเดียว ดังนั้นการสวมใส่อุปกรณ์การป้องกันตัวจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย จุดเริ่มต้นของการแข่ง BMX นี้อยู่ที่ทางใต้ของแคลิฟอเนียตั้งแต่ปี ค.ศ. 1970 มีการเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ เข้าแข่งด้วยเพียงแต่สนามแข่งจะเป็นแบบพื้นเรียบเพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าแข่งขัน

by

มาว่ากันต่อกับกีฬาทางน้ำที่จัดอยู่ในกีฬาเอ็กซ์ตรีม (Extreme Sport) วันนี้ผู้เขียนขอเสนอกีฬา Cave Diving หรือการดำน้ำในถ้ำ แน่นอนว่าถ้ำดังกล่าวก็คือถ้ำใต้น้ำนั่นเอง งานนี้ถ้าอุปกรณ์ไม่พร้อมหรือความสามารถไม่พอแล้วละก็มีสิทธิ์ทิ้งชีวิตไว้ใต้น้ำกันได้ง่าย ๆ เลยนะขอบอก เพราะข้อจำกัดของสถานที่และกระแสน้ำภายใต้ท้องทะเลนี่แหละที่ทำให้กีฬาดำน้ำในถ้ำจัดเข้าหมวดกีฬาสุดเสี่ยงที่ผู้เล่นจะประมาทไม่ได้เลย คำว่าไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิดยังคงใช้ได้เสมอ เพราะบรรดานักกีฬาที่ต้องการลงไปสัมผัสถ้ำใต้น้ำต่างก็ต้องผ่านการอบรมและทดสอบภาคสนามกันมาอย่างเข้มงวด ไม่ใช่นึกอยากจะไปดำน้ำเล่นในถ้ำก็ไปได้เลยนะขอบอก อุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้อย่างถังออกซิเจน ไฟฉาย เชือกนำทาง ชุดดำน้ำ ตีนเป็ด ฯลฯ จำเป็นต้องได้รับการตรวจเช็คทุกครั้งก่อนลงน้ำเพื่อป้องกันความผิดพลาด สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือการเชื่อฟังคำสั่งของไกด์หรือผู้นำทีมที่มีประสบการณ์มากกว่าอย่างเคร่งครัดไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ปกติหรือมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและเพื่อนร่วมทีม กีฬาดำน้ำในถ้ำใต้น้ำได้รับความนิยมในกลุ่มผู้รักการท้าทายที่อยากเปลี่ยนรสชาติของชีวิต จากการดำน้ำดูประการังแบบทั่วไปสู่การผจญภัยไปในท้องทะเลลึก ต้องสู้กับความกลัวของตัวเองเมื่ออยู่ท่ามกลางความมืดมิดภายในถ้ำใต้น้ำ ลุ้นกับอันตรายจากสัตว์ร้ายหรือภัยธรรมชาติที่อาจขึ้นได้ทุกวินาที นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าสนใจไม่น้อยเลย

by

กีฬาทางน้ำมีมากมายหลายชนิด วันนี้ผู้เขียนขอพาท่านทั้งหลายไปรู้จักกับกีฬาที่เรียกว่า บอดี้บอร์ด (Bodyboard) ซึ่งถูกบรรจุให้เป็นกีฬาประเภทเอ็กซ์ตรีมชนิดหนึ่ง เพราะเป็นรู้กันว่าท้องทะเลนั้นไม่ได้ดูเรียบง่าย ปลอดภัยเหมือนที่ตาเห็นกันจริง ๆ หรอก เนื่องจากกระแสคลื่นที่ไหลวนเวียนอยู่ใต้ทะเลนั้นมีการเปลี่ยนแปลงแทบจะตลอดเวลา ยิ่งเกี่ยวพันถึงคลื่นสูง ๆ ที่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับกีฬาบอดี้บอร์ดด้วยแล้ว ความเสี่ยงก็ยิ่งทวีสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว อุปกรณ์หลัก ๆ ที่ใช้ในการโต้คลื่นได้แก่ แผ่นโฟมที่ทำมาจากไฮโดรไดนามิก (hydrodynamic) ซึ่งรู้จักกันในชื่อของ บูกี้บอร์ด (Boogieboard) ผู้ประดิษฐ์คิดค้นคือ Tom Morey โดยบอร์ดนี้จะมีขนาดสั้นกว่าเซิร์ฟบอร์ดอยู่มาก เทียบความสูงแล้วอยู่ประมาณช่วงเอวหรือสูงกว่าเล็กน้อย มีเชือกคล้องข้อมือระหว่างตัวกระดานกับผู้เล่นด้วย เวลาโดนคลื่นซัดตกลงมาจะได้หากระดานของตัวเองเจอ ท่วงท่าที่ใช้ก็มีหลากหลายตั้งแต่ท่านอน นั่งคุกเข่า ไปจนกระทั่งยืนบนกระดานระหว่างโต้คลื่น ซึ่งวิธีการเล่นเหล่านี้สามารถหาชมดูได้ตามเว็บไซต์ Youtube ซึ่งมีตั้งแต่แนะนำการเลือกซื้อกระดาน สาธิตท่าทางต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องรู้และทำให้ถูกต้อง เรียกได้ว่าสอนกันตั้งแต่หัดเดินจนสามารถเล่นเป็นได้เลยทีเดียว ใครสนใจก็ลองเสิร์จหาดูได้ตามอัธยาศัยครับ กีฬาชนิดนี้ได้รับความนิยมอย่างสูง กระทั่งเด็กก็ยังรักที่จะลิ้มลองความท้าทายของสายน้ำ แต่ทั้งนี้ก็ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ใหญ่ที่เป็นงานอย่างเคร่งครัดด้วยเพื่อป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกขณะ

by

วันนี้ผู้เขียนขอนำเสนอกีฬาเอ็กซ์ตรีม (Extreme Sport) ที่ค่อนข้างแหวกแนวกว่าชาวบ้านชาวช่องอยู่สักหน่อยเพื่อเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศจากกีฬาที่พบเห็นได้ทั่วไป นั่นก็คือ การแข่งชักว่าวกลางทะเล หรือไคต์บอร์ดดิ้ง (Kiteboarding) ซึ่งเป็นกีฬาทางน้ำที่กำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มนักกีฬาทางน้ำซึ่งมีประมาณนับล้านทั่วทุกมุมโลก กีฬาไคต์บอร์ดดิ้งนี้จะอาศัยแรงลมจากว่าวเป็นหลักในการบังคับทิศทางและความเร็วในการโลดแล่นไปบนท้องทะเลกว้าง โดยให้ผู้เล่นจับคันร่มซึ่งมีลักษณะคล้ายเครื่องร่อนเอาไว้ด้วยสองมือให้มั่น ในขณะเดียวกันนักกีฬาก็จะต้องบังคับบอร์ดให้โลดแล่นไปตามคลื่นทะเลด้วยเท้าทั้งสอง ซึ่งบอร์ดที่ใช้เล่นนั้นจะมีสายรัดเท้าหรือไม่ก็ได้ ประโยชน์ของสายรัดเท้าก็คือช่วยไม่ให้บอร์ดเลื่อนหลุดลงทะเลไปเมื่อคุณโดนลมหอบขึ้นฟ้า นับเป็นกีฬาที่โหดหินพอสมควรเลยทีเดียว คนที่ชื่นชอบกีฬาทางน้ำแบบฮาร์ดคอร์ ขอแนะนำให้ลองเล่นไคต์บอร์ดดิ้งดู รับรองว่ามันสะใจจริง ๆ แต่อย่าลืมเซฟตัวเองกันด้วยนะครับ เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง มาคุยกันถึงว่าวที่นำมาใช้ในกีฬาชนิดนี้อีกสักนิด แน่นอนว่ามันย่อมไม่ใช่ว่าวกระดาษอย่างที่เราเล่นกันเป็นแน่ ออกจะไปในแนวของร่มชูชีพเสียมากกว่า ที่สำคัญคือต้องสามารถทนทานต่อแรงกระชากของลมเป็นเลิศ ใครอยากเห็นว่าลักษณะของร่มเป็นอย่างไรและเขาเล่นกันอีท่าไหนก็สามารถไปเสิร์จหาเอากับเว็บ Youtube ได้เลยนะครับ รับรองว่าฟินจริง ๆ ผู้เขียนดูแล้วยังอยากจะไปเล่นกับเขาด้วยเลย

by

ตอนนี้เรายังอยู่ที่กีฬาทางน้ำแบบเอ็กซ์ตรีม (Extreme) กันนะครับคุณผู้อ่านทุกท่าน มีใครไม่รู้จักเรือแคนู (Canoe) กันบ้างหรือเปล่า อาจมีเพียงส่วนน้อยนะครับเพราะการแข่งเรือแคนูนี้แผ่อิทธิพลความฟินในอารมณ์ในบ้านเรามาเป็นสิบปีแล้ว และก็มีผู้ที่ประสบเหตุจากเรือชนิดนี้ไปไม่น้อยเหมือนกันตามที่เคยผ่านตามาบ้างบนหน้าหนังสือพิมพ์ นอกจากนี้ การแข่งเรือแคนูยังถูกบรรจุลงในรายการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกมานานแล้วด้วย จะเป็นที่นิยมหรือไม่ก็ดูได้จากการที่ประเทศเยอรมันตะวันตกถึงกับลงทุนสร้างลำน้ำจำลองขึ้นมาเพื่อเอาไว้แข่งกีฬาโอลิมปิกก็แล้วกัน คิดเป็นเงินไทยก็เป็นร้อยล้านบาทกันเลยทีเดียว แถมไม่ใช่ค่าเงินปัจจุบันด้วยนะ เพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1972 โน่นแน่ะ แต่ต่อมาไม่รู้ว่าเพราะต้องทุ่มเงินสูงเกินไปหรือนักกีฬาเริ่มจะมีความเชี่ยวชาญกันมากขึ้นก็ไม่ทราบ การแข่งขันเรือแคนูในกีฬาโอลิมปิกจึงย้ายมาแข่งกันในสถานที่จริงเสียเลย ประหยัดงบซ้ำยังได้บรรยากาศสุด ๆ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเพิ่มมาตรการในการรักษาความปลอดภัยขึ้นไปด้วยเช่นกัน ประเภทของการแข่งขันเรือแคนูแบ่งออกได้หลายประเภทด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่น การแข่งขันด้านความเร็ว การแข่งขันพายเรือแบบมาราธอน การพายเรือแบบกรรเชียง การพายเรือแข่งโปโล ฯลฯ แต่ที่ได้รับการจัดอันดับว่าเป็นกีฬาที่เอ็กซ์ตรีมสุด ๆ คือการแข่งแคนูแบบวิบากเพื่อหลบหลีกสิ่งกีดขวาง เรียกว่าถ้าไม่แกร่งและอึดพอละก็ เป็นได้ชนแหลกจนตกลงไปลอยตุ๊บป่องอยู่กลางลำน้ำให้ทีมงานตามเก็บเป็นแน่

by

เมื่อพูดถึงหิมะ หลายคนอาจนึกไปถึงกีฬาชนิดหนึ่งที่ต้องมีหิมะเท่านั้นจึงจะเล่นได้ นั่นก็คือ สกี แต่นำมาเล่าสู่กันอ่านกันในวันนี้ไม่ใช่การเล่นสกีธรรมดา ๆ นะบอกเลย เพราะเราจะมาคุยกันถึงการแข่งสกีแบบเอ็กซ์ตรีม (Extreme) ท้าทายความหนาวเย็นของหิมะบนยอดเขาสูงเสียดฟ้า เผชิญหน้ากับอันตรายไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่ออย่างปรากฏการณ์หิมะถล่ม ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปนักต่อนักมาแล้ว เราเรียกกีฬาชนิดนี้ว่า Heli-Skiing โดยคำว่า Heli นี้ย่อมาจาก เฮลิคอปเตอร์ (Helicopter) นั่นเอง ว่าแต่เจ้าเฮลิคอปเตอร์นี่มาเกี่ยวอะไรกับการแข่งสกีกันล่ะนี่? เอ้า! อยากรู้ก็ตามมากันเลย ยอดเขาที่ได้รับเลือกมักมีความสูงเป็นหมื่นฟุตกันเลยทีเดียว แต่ระยะทางในการใช้งานจริงนั้นมักไม่เกิน 2,000 ฟุต ขึ้นอยู่กับบ้าระห่ำของผู้เล่นและความเชี่ยวชาญพื้นที่ของไกด์นำทาง โดยผู้เล่นจะต้องไปอยู่บนจุดสูงสุดของยอดเขาแล้วสไลด์สกีลงมา ดังนั้น ยอดเชายิ่งชันก็ยิ่งอันตรายและท้าทายยิ่งขึ้น สถานที่ที่เหมาะแก่การเล่นสกีเหินฟ้านี้จะเป็นยอดเขาที่ค่อนข้างชัน มีความเป็นธรรมชาติสูง ห่างไกลผู้คนเนื่องจากเข้าถึงได้ยาก มีแต่การเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์เท่านั้นที่พอจะเป็นไปได้ ดังนั้น จึงมีการนำพาหนะชนิดนี้มาเป็นเครื่องอำนวยความสะดวกในการขนส่งผู้โดยสารที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศในการเล่นสกี และอุปกรณ์ต่าง ๆ ขึ้นมา และเนื่องจากเฮลิคอปเตอร์เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการเล่นกีฬาชนิดนี้ จึงมีการผนวกชื่อรวมเข้ากับชื่อกีฬาเสียเลยเพื่อสร้างเอกลักษณ์ไปในตัว

by

กีฬาทางน้ำที่จัดอยู่ในประเภทกีฬาเอ็กซ์ตรีม (Extreme Sport) มีหลากหลายให้เลือกตามรสนิยมของแต่ละคน วันนี้ผู้เขียนขอนำเสนอกีฬาเอ็กซ์ตรีมอีกชนิดหนึ่งที่คนไทยนิยมเล่นกันมานานแล้ว นั่นก็คือ เจ็ตสกี (Jet Ski) สื่ออาจป่าวประกาศออกมาว่าเป็นกีฬาที่ปลอดภัยและเล่นได้ง่าย แต่นั่นก็เป็นการเล่นเจ็ตสกีแบบมือสมัครเล่นเท่านั้น ที่สำคัญคือผู้เล่นจะต้องมีทักษะทางด้านการว่ายน้ำด้วยจึงจะสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ยามพลัดตกลงน้ำ ไม่ต้องอาศัยเพียงเสื้อชูชีพแต่อย่างเดียว นักกีฬาเจ็ตสกีจะต้องหมั่นออกกำลังกายเพื่อเพิ่มสมรรถภาพของกล้ามเนื้อทุกส่วนให้แข็งแรงอยู่เสมอ เนื่องจากการควบคุมเครื่องเล่นนั้น จำเป็นจะต้องใช้ทุกส่วนของร่างกาย ยิ่งเป็นนักกีฬาด้วยแล้ว จะต้องยิ่งเพิ่มความเคร่งครัดในการฝึกซ้อมมากกว่าคนทั่วไปหากอยากเป็นผู้ชนะเหนือนักกีฬาคนอื่น ๆ ที่เข้าร่วมการแข่งขัน และนอกเหนือไปจากความพร้อมของร่างกายแล้ว สิ่งที่สำคัญพอ ๆ กันหรืออาจจะมากกว่าก็คือ สมาธิและสติ เนื่องจากหากจิตใจไม่สงบมัวแต่คิดโน่นคิดนี่จนวุ่นวาย การควบคุมเจ็ตสกีก็อาจเกิดข้อผิดพลาดขึ้นได้ อย่างที่เรียกกันว่าเกิดความประมาทนั่นเอง เรือเจ็ตสกีมีอยู่ 3 แบบ ได้แก่ เรือยืน (Ski) เรือนั่ง (Runabout) และเรือลูกผสมระหว่างยืนกับนั่ง (Sport) ขนาดของเครื่องยนต์แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 800 ซีซี กับ 1200 ซีซี ซึ่งเป็นเครื่องยนต์สองจังหวะ ถึงแม้ปัจจุบันจะมีการนำเครื่องยนต์ 1600 ซีซี 4 จังหวะเข้ามาใช้แข่งด้วย แต่ก็ยังคงถูกจัดอยู่ในประเภทเครื่องยนต์ 1200

by

เมื่อพูดถึงกีฬาเอ็กซ์ตรีม (Extreme Sport) หากไม่มีกีฬาทางอากาศเข้ามาเอี่ยวด้วยคงจะไม่ครบเครื่องเป็นแน่ เพราะฉะนั้นวันนี้ผู้เขียนจึงนำกีฬาเครื่องร่อนที่เรียกกันว่า แฮงค์ไกลดิ้ง (Hang Gliding) มานำเสนอให้ได้รู้จักกัน หวังว่าจะถูกอกถูกใจผู้ที่ชื่นชอบความสูงกันบ้างไม่มากก็น้อยนะครับ หลักการเล่นเครื่องร่อนก็ไม่มีอะไรมากนัก เริ่มจากนักกีฬาขึ้นไปอยู่บนที่สูง เช่น หน้าผา ยอดตึก สะพานแขวน หรือสถานที่อื่น ๆ ที่มีทำเลเหมาะสม จากนั้นก็เหินเวหาด้วยเครื่องร่อนให้นานหรือไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่จุดประสงค์หลักของนักเล่นเครื่องร่อนทั้งหลาย มักจะอยู่ที่การดื่มด่ำกับธรรมชาติกันกลางอากาศเสียมากกว่า ดูซิว่าบรรดาสัตว์ที่บินได้ทั้งหลายมองเห็นอะไรกันบ้างในขณะที่กำลังโบยบิน เรียกได้ว่ากีฬาเครื่องร่นนี้สามารถทำความฝันของคนที่อยากบินได้ให้กลายมาเป็นความจริงได้เลยทีเดียว แต่อย่าลืมนะครับว่ากีฬาชนิดนี้จัดอยู่ในประเภทกีฬาเอ็กซ์ตรีม ดังนั้น เรื่องของความเสี่ยงและอันตรายต่าง ๆ จึงหลีกหนีไม่พ้น ผู้เล่นจึงควรตรวจสอบอุปกรณ์การบินของท่านให้เรียบร้อยและอยู่ในสภาพสมบูรณ์อยู่เสมอ เพราะหากเกิดข้อผิดพลาดจนร่วงลงาจากเครื่องร่อนแล้วละก็ บอกได้คำเดียวว่า “เละ” แน่นอน ปัจจุบัน มีคนหัวใสสร้างเครื่องร่อนขึ้นมาให้สามารถรองรับน้ำหนักของคนสองคน แล้วเปิดบริการรับบังคับเครื่องร่อนให้แก่ผู้ที่ต้องการจะเหินเวหาแต่ไม่มีความสามารถมากพอที่จะลุกขึ้นมาท้าทายความสามารถนี้ด้วยตัวเอง ซึ่งก็ประสบความสำเร็จจนโกยเงินกันไปไม่น้อย สุดยอดหัวการค้าจริงจริ๊ง!

by

สำหรับคนที่มีเลือดนักสู้อยู่ในตัวนั้น โดยนิสัยจะชอบความท้าทายเป็นอย่างยิ่ง และเมื่อมีโอกาสเข้าไปแสดงฝีมือในการปราบพยศด้วยตัวเองแล้วละก็จะยิ่งชื่นชอบมากเป็นพิเศษ ทั้งนี้ก็เพราะดื่มด่ำกับรสชาติของการเป็นผู้ชนะนั่นเอง กีฬาเอ็กซ์ตรีม (Extreme Sport) ทั้งหลายจึงได้ก่อกำเนิดขึ้นเพื่อเอาใจคนกลุ่มนี้ โดยถือคติว่า ยิ่งยากและท้าทายเท่าไหร่ ชัยชนะที่ได้รับก็จะยิ่งหอมหวานมากเท่านั้น ถึงจะต้องแลกด้วยชีวิตของตัวเองก็ยอม วันนี้ผู้เขียนขอนำเสนอกีฬาขี่วัวกระทิง ซึ่งจัดเป็นหนึ่งในกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่รับประกันความเสี่ยงทุกระดับ ตั้งแต่เดี้ยงเล็ก ๆ ยันลมหายใจหลุดลอยกันเลยทีเดียว การแข่งขันชนิดนี้นับเป็นการละเล่นพื้นบ้านของชาวอเมริกันก็ว่าได้ โดยมีกติกาง่าย ๆ เพียงแค่ว่า ให้นักกีฬาสามารถทรงตัวอยู่บนหลังเจ้าวัวพยศดังกล่าวจนครบ 8 วินาทีเท่านั้น หลายท่านอาจโห่กันในใจแล้วว่า 8 วินาทีนี่มันแป็บเดียวเองนะ เอามาแข่งกันแบบนี้จะไปสนุกอะไร แต่ท่านอย่าลืมนะว่าเวลาที่ท่านว่าน้อยนิดนี่น่ะนับเป็นวินาทีนรกสำหรับคนที่เข้าร่วมการแข่งขันเลยทีเดียว เพราะวัวที่พวกเขาจะต้องขึ้นขี่นั้นมันไม่ได้เชื่องเลยแม้แต่น้อย ติดจะมีอาการเหมือนวัวบ้าด้วยซ้ำไป เพราะเมื่อมีคนขึ้นขี่หลังของมันเมื่อไหร่ มันจะเด้งหน้าเด้งหลัง กระโดดไปกระแทกตรงโน้นทีตรงนี้ที เพื่อจะสลัดคนที่กล้ามาท้าทายมันให้จงได้ ถ้าใครทรงตัวไม่ดีหรือไม่เคยผ่านการฝึกมาอย่างโชกโชนแล้วละก็ เป็นได้โดนสลัดจนตกลงมาให้วัวไล่ขวิดตั้งแต่ 2 – 3 วินาทีแรกไปแล้วนะครับบอกเลย

by

ขึ้นชื่อว่ากีฬาแล้ว นอกจากจะเป็นกิจกรรมไว้ทำยามว่างเพื่อคลายเครียด ยังสามารถเป็นสิ่งท้าทายต่อความเป็นนักสู้ในสายเลือดของคนบางกลุ่มด้วย กีฬาพันธุ์อึดทู้เขียนนำมาเสนอในวันนี้อาจคุ้นหูคุ้นตาท่านอยู่บ้างไม่มากก็น้อย นั่นก็คือ กีฬาปีนเขา ซึ่งนักปีนเขาที่บ้าพลังบางกลุ่มถึงกับชูป้ายกันเลยทีเดียวว่า เป็นกีฬาที่ตัดสินความเป็นลูกผู้ชาย ที่จะต้องมีความแข็งแกร่งและเปี่ยมล้นไปด้วยความกล้าหาญ ด้วยการปีนเขานี้เป็นกีฬาที่เสี่ยงเอามาก ๆ ชนิดที่ว่าหากพลาดพลั้งขึ้นมาจนถึงขั้นตกเขาแล้วละก็ เจ้าหน้าที่กู้ภัยเป็นต้องรับศึกหนักในการเก็บกวาดชิ้นส่วนที่แหลกเหลวของนักกีฬากันจนเหงื่อตกอย่างแน่นอน เนื่องจากการปีนเขาจำเป็นต้องใช้แรงจากกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นแขน ขา หรือส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง การฝึกปรือและบริหารกล้ามเนื้อเป็นประจำจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพื่อป้องการอาการบาดเจ็บที่อาจขึ้นได้ทุกเมื่อเช่น กล้ามเนื้อฉีกขาดหรืออักเสบ อันเนื่องมาจากใช้งานไม่ถูกวิธีหรือต้องรองรับการใช้งานหนักกว่าปกติเป็นระยะเวลานาน นักปีนเขาส่วนใหญ่จึงต้องดูแลรักษารูปร่างให้สมส่วนเข้าไว้ หากลองสังเกตดูจะเห็นว่านักกีฬาปีนเขาที่เห็นตัวเล็ก ๆ เพรียวลมนั้น มีร่างกายที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อล้วน ๆ ไขมันส่วนเกินน้อยมากจนถึงมากที่สุด ทั้งนี้ก็เพื่อลดภาระการแบกรับน้ำหนักที่ไม่จำเป็นให้แก่ร่างกายในขณะปีนเขานั่นเอง สถานที่ยอดนิยมสำหรับนักปีนเขา แน่นอนว่าต้องเป็นยอดเขาที่สูงชันยากแก่การเข้าถึงทั่วทุกมุมโลก ยกตัวอย่างเช่น ยอดเขาคิลิมันจาโรในทวีปแอฟริกา กับความสูง 19,340 ฟุต หรือยอดเขาเอเวอร์เรสต์ในประเทศเนปาล กับความสูง 29,035 ฟุต ซึ่งนับว่าสูงที่สุดในบรรดายอดเขาทั้งปวง

by

กีฬาอย่างมอเตอร์ไซค์วิบากหรือพาหนะสี่ล้อรูปแบบต่าง ๆ เหมือนจะเป็นอีกหนึ่งกีฬาในดวงใจของบรรดาลูกผู้ชายตัวจริงทั้งหลายที่ชื่นชอบแกมคลั่งไคล้เครื่องยนต์กับการประลองความเร็ว ไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์ครอส (Motorcross) ซุปเปอร์ครอส (Supercross) หรือฟรีสไตล์โมโตครอส (Freestyle Motocross) ล้วนจัดอยู่ในกีฬาประเภทเอ็กซ์ตรีมทั้งสิ้น เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการได้รับบาดเจ็บและอาจถึงขั้นเสียชีวิตค่อนข้างสูงกว่ากีฬาทั่วไป แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีคนหลั่งไหลเข้าสู่เกมกีฬานี้อยู่เรื่อย ๆ ไม่ขาดสาย เพราะนอกจากได้ประลองความเร็วแล้ว ยังได้วัดฝีมือเชิงเทคนิคและความรอบรู้เรื่องเครื่องยนต์กับคนคอเดียวกันอีกด้วย ยานพาหนะที่นำมาใช้ในการแข่งขันไม่ว่าจะเป็นสองล้อหรือมากกว่า ล้วนผ่านการดัดแปลงของบรรดาผู้เข้าร่วมการแข่งขันชนิดที่ว่าเจ้าของเดิมมาเห็นเข้าเป็นจำสภาพเดิมของมันไม่ได้กันเลยทีเดียว เพราะมีการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่รูปร่างหน้าตาภายนอกรวมไปจนถึงเครื่องเคราต่าง ๆ เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะด้านความเร็วและความทนทานต่อการกระทบกระแทกของสนามแข่ง ความนิยมในเกมกีฬาชนิดนี้มีมากถึงขนาดสามารถดึงดูดอู่ซ่อมรถมากมายทั้งน้อยใหญ่ให้มาเข้าร่วมการแข่งขันด้วย โดยมากมักจะแสดงตัวเป็นทีมงานที่สนับสนุนนักกีฬา คอยซ่อมแซม ดูแล และบำรุงรักษาเครื่องยนต์ให้ใช้งานได้เต็มที่ ทั้งนี้ก็เพื่อแสดงฝีมือการแต่งรถของอู่ตนเองเผื่อว่าจะเข้าตาบรรดานักกีฬาและผู้ชมทั้งหลาย นับเป็นการโปรโมทกิจการที่ได้ผลดีอีกวิธีหนึ่งจริง ๆ เอ แล้วแบบนี้พวกนักซิ่งยามวิกาลทั้งหลายของบ้านเราจะนับเป็นพวกฮาร์ดคอร์ด้วยหรือเปล่านะ ถ้ารักจะแข่งขันด้านความเร็วกันจริง ๆ ไม่สู้ทำให้เป็นเรื่องเป็นราวและเป็นที่เป็นทางสักหน่อยจะดีกว่า อย่างน้อยชาวบ้านก็ไม่ต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย